ค้นหาบล็อกนี้

13 สิงหาคม 2561

เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับ Adaptor ชาร์จมือถือ ควรเลือกแบบไหนดี?


ปกติแล้ว เวลาที่เราซื้อมือถือหรือสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต เครื่องใหม่เอี่ยม แกะกล่องต่อหน้าเรา จะมีอแดปเตอร์ (Adaptor) หรือปลั๊กชาร์จ หรือเรียกง่ายๆ ว่าหัวชาร์จ มาให้พร้อมกล่อง เป็นของแท้ ส่วนสายชาร์จ ก็ให้มาพร้อมเครื่องด้วย ซึ่งบนปลั๊กชาร์จ หรืออแดปเตอร์เนี่ย จะมีระบุตัวเลข กำลังไฟ แรงดันไฟ เป็น Amps และ Voltage แล้วก็มี Input, Output ซึ่งปกติเราก็ไม่ได้เพ่งอ่านตัวอักษรพวกนี้หรอกนะครับ เพียงแต่ว่า ถ้าเราต้องการจะหาปลั๊กอื่น เพื่อเอาไว้ใช้ที่ออฟฟิศ หรือในบ้านก็มีปลั๊กที่ห้องนอน ปลั๊กที่ห้องนั่งเล่น หรือปลั๊กในห้องทำงาน ทำให้เราต้องเลือกซื้อปลั๊กชาร์จไฟเพิ่มจากอแดปเตอร์ที่ให้มาพร้อมกับตัวเครื่อง ก็คงต้องพิจารณากันสักหน่อย ครั้นมองดูในตลาด ก็เห็นว่ามีให้เลือกเยอะเหลือเกิน


บทความนี้ สนับสนุนอุปกรณ์ทดสอบ โดย Enyx ส่วนประสบการณ์ มาจากความเจ็บมาเยอะของผู้เขียนเอง

ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ใช้ BlackBerry, iPhone 3GS ยอมรับเลยว่า เคยซื้อแดปเตอร์ชาร์จไฟจากร้านตู้มือถือ เน้นสายถูก หัวชาร์จถูก เคยเจอ ชาร์จแล้วหัวชาร์จร้อนแต่ไม่ถึงกับไหม้ แต่เจอ แตก บิ่น ร้าว

หลังจากนั้นก็ใช้หัวชาร์จดีๆ มาตลอด เข้าทำนอง เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย วันนี้เราจะพามารู้จักการเลือกหัวชาร์จกัน (ใช้คำนี้ดีกว่าเนอะ เข้าใจง่ายดี)

คำเตือน จากคนที่เจ็บมาเยอะคือ อย่าซื้ออแดปเตอร์ราคาถูกจนเกินไป เพราะเสี่ยงอันตราย เรื่องความปลอดภัยสำคัญที่สุด ผมใช้มาเยอะครับ Remax, Capdase, Anitech ทุกวันนี้ยังใช้ 3 แบรนด์นี้ ซื้อมาหลายปีแล้ว ก็ไม่พัง ดีงามมาก และล่าสุดแบรนด์ Enxy ที่เข้ามาใหม่ แล้วผมลองแล้ว เอ่อ โอเค ลองมาหลายสัปดาห์แล้วครับ

รู้จัก อุปกรณ์ของเราก่อน

 
แกะกล่องมือถือออกมา มีอแดปเตอร์ชาร์จไฟแถมมาให้ ใช้ของแท้ที่มาพร้อมกล่อง ดีที่สุดครับ แล้วเพ่งดู (แนะนำให้ถ่ายรูปแล้วขยายดูก็ได้) ดูตรง Output ตัวอย่าง ผมใช้ Samsung Galaxy Note FE หรือ Fan Edition ก็ให้ดู Output ของหัวชาร์จเป็น 9.0V 1.67A หรือ 5V 2.0A เอาอันนี้ตั้งต้น จดไว้ก่อนนะ เดี๋ยวเราไปดูคำศัพท์ต่างๆ พร้อมๆ กันเลยครับ

ปัจจัยอะไรบ้าง ที่เกี่ยวข้องกับการชาร์จไฟ 

เราจะต้องรู้ว่า อแดปเตอร์ ที่เราใช้ จุดประสงค์เพื่อชาร์จอุปกรณ์อะไร (แยกง่ายๆ มือถือ หรือแท็บเล็ต) รองรับแรงดันไฟเท่าไหร ตัวเครื่องมีความจุของแบตเตอรี่เท่าไหร


ก่อนหน้านี้ผมให้คำจำกัดความง่ายๆ ในการซื้ออแดปเตอร์ หรือแม้กระทั่งเลือก Power Bank ว่า ชาร์จมือถือ เลือกไฟ 1 แอมป์ ชาร์จ แท็บเล็ต เลือกไฟ 2 แอมป์ แต่นั่นก็นานมาแล้ว ตั้งแต่สมัย iPhone 3GS, iPhone 4 และ iPad รุ่นแรก

ตอนนั้นผมแบ่งง่ายๆ เพื่อที่จะทำให้ทุกคนเลือกซื้อได้ง่าย แท็บเล็ตแบตเยอะกว่า การที่จะใช้เวลา 3 ชั่วโมงชาร์จไฟเติมเข้ามือถือ ถ้าใช้ไฟเท่ากับมือถือชาร์จไฟ ก็อาจจะใช้เวลาชาร์จนานขึ้นครับ

ปกติแล้ว ถ้าเราใช้ iPhone แล้วเอาหัวชาร์จของ iPad มาเสียบชาร์จ ก็ใช้งานได้ตามปกติครับ เพียงแต่ว่า ไฟจะเข้าเต็มที่ตามกำลังไฟที่เครื่องรองรับ ไม่ใช่ว่า ใช้หัวชาร์จ 2.1A เครื่องรองรับแค่ 1.0A แล้วจะชาร์จได้ไวขึ้น

คำศัพท์เกี่ยวกับการชาร์จ


ในการชาร์จไฟ เข้ามือถือ เอาจริงๆ คือ ชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ มีเรื่องแรงดันไฟในการชาร์จ ระยะเวลา และปริมาณแบตเตอรี่ เคยสงสัยไหมว่าทำไมชาร์จแบตไม่เต็มสักที ทำไมไฟเข้าช้ามากๆ

mAh

ภาษาไทยเรียก มิลลิแอมป์ เป็นหน่วยวัด มิลลิแอมป์ต่อชั่วโมง วัดปริมาณความจุของแบตเตอรี่ เพื่อบอกความจุของแบตเตอรี่ ยกตัวอย่างเช่น Samsung Galaxy Note FE มีแบตเตอรี่ความจุ 3,200 mAh


Amps


แอมป์ คือแรงดันกระแสไฟฟ้าที่วิ่งเข้าไปยังแบตเตอรี่ (โดยมีค่า Output หรือ Input ไฟเข้า ไฟออก) หมายถึงว่า เราเอาหัวชาร์จเสียบปลั๊ก (ไฟเข้าหัวชาร์จ) แล้วเอาสายชาร์จ ต่อกับมือถือ (ไฟออกจากหัวชาร์จ)

ซึ่งเจ้า แอมป์ เนี่ยแหล่ะครับที่เรากำลังจะพูดถึง ตอนที่เลือกหัวชาร์จ ถ้าเป็นคำแนะนำง่ายๆ สำหรับผมคือ ซื้อตัวเลขแอมป์ตามอแดปเตอร์ที่มาพร้อมเครื่องเลยครับ

ในภาพคือ อแดปเตอร์ของ Enyx Fast Charger ซึ่งมีความสามารถในการจ่ายไฟสูงสุด 2.4A ซึ่งมีช่อง USB 2 ช่องครับ (เสียบชาร์จ 2 ช่องพร้อมกัน ระบบปลั๊กจะเลือกจ่ายไฟให้เหมาะกับกับอุปกรณ์เอง)

โดยค่าแอมป์ มีดังนี้

1.0A หมายถึง มีค่าแรงดันไฟฟ้า 1.0 Amp ถือเป็นค่ามาตรฐานปกติของการชาร์จมือถือทั่วไปในสมัยก่อน ในยุคแรกๆ ที่เริ่มใช้สมาร์ทโฟน แต่ถือว่าเป็นการชาร์จที่ช้ามากๆ

ปัจจุบัน แนะนำให้ใช้หัวชาร์จแบบมาตรฐานเป็น 2.0 Amps และ 2.1 Amps โดยค่าสูงสุดที่หัวชาร์จจ่ายไฟได้ก็คือ 2.4 Amps ดังนั้น เวลาเลือกหัวชาร์จ ควรเลือก หัวชาร์จที่รองรับการชาร์จที่ 2A ขึ้นไป

ส่วน Fast Charge หรือ Quick Charge นั้น ไม่ได้ดูแค่แอมป์ แต่ดูที่ V หรือ Voltage ในหัวข้อถัดไป

Voltage


เป็นค่าแรงดันไฟที่เข้าชาร์จประจุไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่ ส่วนใหญ่จะเป็น 5 Volts (5 โวลต์)

ข้อความจากคนขายที่บอกว่า 5 โวลต์ (V) 2 เอ (A) หรือ 2 แอมป์ คือหัวชาร์จรองรับการจ่ายไฟ 5 โวลต์ และจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ได้ 2.0A แต่อาจถูกลดทอนลงเหลือ 1.0Aได้

หัวชาร์จที่รองรับ 5V/10V/15V และมี output ที่ 2.4A สามารถจ่ายไฟได้ที่ 2.4A

แต่ไม่ได้หมายความว่าถ้ามีแอมป์สูง จะจ่ายไฟได้ไว เพราะ Voltage ก็มีส่วนสำคัญด้วย

Output

ค่าการจ่ายไฟที่ชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ ยกตัวอย่าง เช่น 5V / 2.0A (เรียกกันว่า 5 โวลต์ 2 แอมป์)

Input


ค่าการชาร์จไฟ เช่น 5V / 2.1A

เราใช้สมาร์ทโฟนกันอย่างจริงจังมาร่วมๆ 10 ปีแล้ว (นับจาก iPhone รุ่นแรก) ดังนั้น อแดปเตอร์ที่ใช้มาตั้งแต่ iPhone รุ่นเก่าๆ ก็จ่ายไฟให้อุปกรณ์ได้น้อย ในขณะที่สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ มีแบตจุเยอะขึ้น ต้องการกำลังไฟในการจ่ายไฟได้มากขึ้น เพราะเราก็ไม่อยากใช้เวลา 4 - 5 ชั่วโมงในการชาร์จไฟใช่ไหมครับ

ยิ่งระยะหลังๆ นี้หลายคนสนใจ Quick Charge และ Fast Charge กันมากขึ้น เพราะว่า เวลามีน้อย ตื่นเช้ามา อ้าว ลืมชาร์จแบต เสียบชาร์จทิ้งไว้ แล้วไปอาบน้ำ ต้องวิ่งออกไปทำงานแล้ว หากมี Quick Charge ก็ใช้เวลา 15 นาที ชาร์จแบตได้พอจะเอาออกไปข้างนอก แล้วค่อยชาร์จในรถ หรือใช้ Power Bank ชาร์จไฟต่อ หรือไม่ก็มีแบตพอที่จะไปถึงออฟฟิศแล้วไปชาร์จที่ออฟฟิศต่อ

ทำไมต้องดู กำลังไฟชาร์จ?


สมาร์ทโฟนสมัยแรกๆ เราใช้ไฟจากพอร์ต USB ของคอมพิวเตอร์ PC, Notbook ชาร์จไฟเข้ามือถือได้ ไฟอาจจะเข้า 0.5A หรือ 500mA อาจจะชาร์จช้าหน่อย แต่ก็พอจะใช้แก้ขัดได้ พอมี Power Bank เราเริ่มสนใจ 1.0A 2.0A 2.1A 2.4A เยอะขึ้น

จากเนื้อหาข้างต้น คุณรู้แล้วล่ะว่า มือถือรองรับการชาร์จไฟแบบไหน และไม่ใช่ว่า หัวชาร์จทุกตัว ชาร์จได้ทุกอย่าง ถ้าชาร์จ iPad ก็ใช้หัวชาร์จของ iPad ถ้าชาร์จของ iPhone จะเอาหัวชาร์จของ iPad มาชาร์จก็ได้ แต่สำรวจหน่อยว่า เครื่องร้อนเร็วไหม หรือชาร์จเต็มเร็วกว่าปกติไหม

หลักง่ายๆ ไม่ต้องจับเวลาอะไรมาก เสียบชาร์จมือถือไว้ก่อนนอน เช่น เที่ยงคืน ปกติ ตื่นมาชาร์จเต็มแล้ว แต่ถ้า ตื่นมาแล้วชาร์จยังไม่เต็มเหมือนทีทุก ก็เดาได้ล่ะว่าชาร์จเข้าช้า

เลือกอะไรดีล่ะ ?

ชาร์จ iPad ด้วยหัวชาร์จของ Apple จ่ายไฟ 2.1A ที่ 5V และมองหัวชาร์จรอบๆ ตัว สามารถชาร์จไฟ 1A ถึง 2.1A แล้วเราควรเลือกอันไหนดีล่ะ?



ตอนนี้ ถ้านั่งรถทัวร์ รถไฟ หรือแม้แต่ร้านกาแฟ น่าจะเห็นปลั๊กไฟอยู่นะครับ ซึ่งบนปลั๊กจะระบุ 2.1A อันนี้ทำให้เรารู้ว่า เสียบชาร์จ ไฟเข้า 2.1A ครับ แต่ถ้ารถทัวร์บางคัน ไม่ระบุ อาจจะเป็น 1.0A ซึ่งเป็น USB Charger รุ่นเก่า ทำให้ไฟเข้าแหล่ะ แต่ช้า

ทีนี้ ถ้าเราใช้สาย 2A และหัวชาร์จ 2A แต่ถ้ามือถือรองรับแค่ 1A ทาง Enyx ก็ยืนยันว่า แม้จะมีสายชาร์จ 8A 10A มือถือเราก็รับไฟได้ทีละ 1A อยู่ดี เอาเป็นว่า ใช้ 2.1A ทั้งสายชาร์จ และหัวชาร์จ ชาร์จมือถือก็ได้ แท็บเล็ตก็ได้ แบบนี้ดีกว่าครับ

จากภาพ Auto-ID เข้ามาช่วยครับว่า เราเสียบชาร์จอุปกรณ์ไหน ใช้ไฟเท่าไหร ไฟที่ Max สุด อแดปเตอร์ตัวนี้จ่ายให้ได้เต็มที่ 2.4A ดังนั้น ถ้ามี USB 2 ช่อง เสียบมือถือ 1 แท็บเล็ต 1 ระบบก็จัดการไฟให้อัตโนมัติ

ทีนี้ ไม่ใช่แค่หัวชาร์จ แต่สายชาร์จก็มีผลครับ วันนี้ผมมี ข้อมูลจาก Enyx มาแนะนำครับ


จากที่อ่านข้อมูลที่อธิบายข้างต้น ถ้าคุณเจอคำถามนี้ คุณจะตอบยังไง?

ถ้าก่อนหน้านี้ เราอาจเข้าใจว่า ไฟ 2.1A น่าจะเข้ามือถือชาร์จเต็มไวกว่า 1.0A ใช่ไหม ใช่ครับ แต่ไม่ถูกซะทั้งหมด ไฟ 2.1A เข้า ถ้ามือถือรองรับไฟสูงสุด 2.1A เต็มเร็วกว่า 1.0A อยู่แล้วล่ะครับ เพียงแต่ว่าถ้าจะซื้อสายชาร์จใหม่ทั้งที ซื้อแบบ 2.1A ไปเลยครับ เพราะสายเดียว ใช้ชาร์จมือถือก็ดี ชาร์จแท็บเล็ตก็ได้ (สาย 1.0 ชาร์จแท็บเล็ตช้า) และรองรับระบบชาร์จเร็ว (Fast Charge) ที่มีในมือถือรุ่นใหม่ๆ

เหมือนเราเอาท่อน้ำใหญ่ไว้ก่อน คือ 2.1A ถ้าน้ำมา 2.1A เต็ม ก็รับน้ำเต็มๆ เติมน้ำเต็มไว แต่ถ้าน้ำมา 1.0A ก็ไม่เป็นไร ช้าหน่อย แต่ถ้าเราใช้ท่อ 1.0A แต่น้ำมา 2.1A ก็น่าเสียดาย เพราะถ้าใช้ท่อรองรับ 2.1A น้ำก็เต็มไวกว่านี้แล้ว


Eynx แนะนำว่า ถ้าใครมีแท็บเล็ต หรือมือถือที่มีระบบชาร์จเร็ว ลองมองหาสายชาร์จแบบ 2.1A กันดูนะครับ โดยข้อดีก็คือ Full-Watt หมายถึง ชาร์จได้เต็มวัตต์ อแดปเตอร์จ่ายไฟ 2.1A ก็จ่ายไฟเต็ม สายไม่ขาดง่าย เสียบแน่น และมี Silver Cloating สายแข็งแรง

เส้นละ 120 เองครับ มีแบบ Micro USB, USB Type-C และ iPhone & iPad จัดสาย 2.1A ปลั๊กชาร์จ 2.4A ไปเลย จบ

สั่งซื้อ


บนกล่อง สังเกต สาย 1.0A หัวชาร์จ 1.0A หรือจะเลือก หัวชาร์จ 2.4A สาย 2.1A ก็เลือกตามการใช้งานของเราครับ


ที่มา
ที่มา

ติดตามได้ที่ Twitter @yokekung YouTube YokekungWorld และ Blog www.yokekungworld.com ครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น