ค้นหาบล็อกนี้

16 เมษายน 2561

เล่าประสบการณ์ เคลมกระเป๋าเดินทางชำรุด - เสียหาย กับประกันเดินทาง SOMPO


ผม ภรรยา และลูก ได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น (โอซาก้า) เมื่อวันที่ 14 - 23 มีนาคม 2561 โดยซื้อประกันเดินทาง แพ็กเกจ Travel Joy ของ SOMPO โดยเป็นประกันแบบ Travel Accident & Hospitalization แผน B+ มีวงเงินประกันความเสียหายของกระเป๋าเดินทาง 30,000 บาท (ไว้ดูท้ายบล็อกว่าบทสรุปเป็นอย่างไร)



บทความเล่าจากประสบการณ์จริง ขอเล่าเหตุการณ์ตามจริงครับ ถามว่าทำไมเพิ่งเขียน ก็เพราะว่า เพิ่งได้รับเงินเคลมประกันเมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา

คำเตือน : อย่าไปยอมประกัน เรามีสิทธิร้องเรียนตามจริง เพราะเราซื้อประกันจากเขาครับ

เหตุการณ์เกิดขึ้น ณ สนามบินดอนเมือง หลังจากบินกลับทริปญี่ปุ่น (โอซาก้า) จากสนามบินคันไซ มาถึงสนามบินดอนเมือง เมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว ก็ไปรับกระเป๋าที่สายพานตามปกติ สังเกตได้ว่า กระเป๋าเดินทาง มีสภาพชำรุด หูกระเป๋าหัก ซึ่งเราได้ถ่ายรูปไว้ ณ ที่เกิดเหตุ

ขั้นตอนการเคลม ไม่ยากครับ ยอมรับว่าเป็นครั้งแรกก็งงๆ สิ่งที่นึกออกและทำได้อย่างแรกก็คือ ถ่ายรูปทุกสิ่งอย่างทันทีที่พบเหตุการณ์ แล้วโทรปรึกษากับประกันทันที ซึ่งความเหวอคือ เบอร์ Call Center ฉุกเฉินนั้น สำหรับกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินเท่านั้น ส่วนกระเป๋า ต้องโทร Call Center อีกเบอร์ ซึ่งก็คือเบอร์ในภาพ (เราเพิ่งมาจับภาพหน้าจอตอนเขียน แต่ยังดีที่ Call Log ยังอยู่)



วิธีการ แจ้งเคลมประกันเดินทาง กรณีกระเป๋าเดินทางชำรุด - เสียหาย กับสายการบิน และประกันเดินทาง

เราต้องมีเอกสารที่สนามบินออกให้เพื่อใช้ยื่นเคลมครับ

1) ติดต่อเจ้าหน้าที่สนามบิน เพื่อประสานทางสายการบินเข้ามาดูแลเรา

2) เจ้าหน้าที่สายการบินจะออกเอกสารให้เรา แสดงพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) Boarding Pass ของสายการบินที่เราเพิ่งเดินทางมาถึง แท็กกระเป๋า ของเรา เจ้าหน้าที่สายการบินถามว่า จะเคลมกับสายการบิน หรือเคลมกับประกัน เรามั่นใจเคลมกับประกัน (เดี๋ยวลองอ่านตอนท้ายดูว่าบทสรุปเป็นอย่างไร)
3) หลังจากได้เอกสารแล้ว เราก็เอาเอกสารไปยื่นเคลมกับเจ้าหน้าที่ของประกันเดินทาง สอบถามเขาบอกว่าต้องยื่นเคลมภายใน 7 วัน

กรณีของผม พบเหตุการณ์ก็ถ่ายรูปไว้เลย ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออกก็เอากระเป๋าออกมาข้างนอกเสียก่อน แล้วหาร้านนั่ง ให้ภรรยาและลูกพักผ่อนก่อน ส่วนเราก็ไปเดินเรื่อง (ตอนซื้่อประกัน ซื้อของทุกคน ของภรรยาและลูกก็ซื้อด้วย แต่ตอนเคลมเราใช้ประกันของเราคนเดียวเคลมประเป๋า)

เจ้าหน้าที่ Call Center ของ SOMPO แนะนำดีครับ ส่งเอกสารมาให้เรากรอกผ่านอีเมล์ (แต่ต้องพรินต์มาเขียนแล้วสแกน) แต่เอกสารหลัก เราต้องติดต่อสายการบินเพื่อขอเอกสารยืนยันให้ทางสายการบินออกให้เรามายื่นเคลม อันนี้ไม่ได้เสียเวลาอะไรมากมายนัก แต่ด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง และไม่ใช่ความผิดเรา นี่ก็เพลีย
เจ้าหน้าที่ของสายการบิน Scoot ดูแลดีมากครับ Service Mind ดี พอได้เอกสารจากสายการบินแล้ว เราก็กรอกเอกสาร สแกน แล้วส่งยื่นเคลมประกันกับ SOMPO ครับ

หลักฐานประกอบการยื่นเคลมประกัน (ของเราอ้างอิงจาก SOMPO แต่เจ้าอื่นน่าจะเหมือนๆกัน)

เอกสารการเรียกร้องสินไหมทดแทน กรณีความสูญเสียหรือเสียหายของกระเป๋าเดินทาง
1.แบบฟอร์มการเรียกร้องสินไหมประกันอุบัติเหตุการเดินทาง  (เขาแนบไฟล์มาให้ครับ ขอจากประกันได้เลย)

2.สำเนาหนังสือเดินทางของผู้เอาประกัน

3.สำเนาบัตรโดยสารสายการบินหรือ Boarding Pass ของผู้เอาประกัน

4.ภาพถ่ายความเสียหายของกระเป๋าเดินทาง

5.หนังสือยืนยันความสูญเสียหรือเสียหายที่ออกให้โดยบริษัทขนส่ง หรือผู้บริหารโรงแรม โดยระบุรายละเอียดของความสูญเสียหรือเสียหายที่เกิดขึ้น (อันนี้แหล่ะที่เป็นเอกสารจากสายการบินครับ)
6.ทรัพย์สินส่วนตัวซึ่งมีมูลค่าเกินกว่า 3000 บาท จะต้องมีใบเสร็จรับเงินต้นฉบับหรือหลักฐานการซื้อสินค้า  (ถ้ามี) อันนี้ส่วนตัวบอกเลยว่า น้อยคนจะเก็บใบเสร็จไว้ ยิ่งกระเป๋าเดินทางที่ใช้งานมานานแล้วด้วย

7.สำเนาหน้าสมัดบัญชีธนาคาร **กรณีต้องการให้โอนเงินเข้าบัญชี**


ความเสียหายของกระเป๋าเรา ณ วันที่เดินทางกลับตอนดึก เราเห็นจากแสงไฟสลัวๆ ของสนามบินแค่หูกระเป๋า แต่พอกลับถึงคอนโด ไฟสว่าง เราพบว่า กระเป๋าเราแตกด้วย ซึ่งอันนี้ยอมรับว่าเราก็พลาดเองที่ดูไม่ครบถ้วน ทำให้ในใบเคลมของสายการบิน เราแจ้งไปเรื่องหูกระเป๋าหักเท่านั้น



Timeline การเคลมกระเป๋าเดินทาง

อันนี้อ้างอิงจากวันที่บนอีเมล์นะครับ

26 มีนาคม 2561
เราส่งอีเมล์ไปเคลมวันที่ 26 มีนาคม ปรากฎว่าเอกสารไม่ครบ (ขาดสมุดบัญชี ผมลืมส่งเองแหล่ะ) เลยส่งกลับไปวันที่ 28 มีนาคม แล้วทาง SOMPO ก็เงียบหายไปเลย ไม่มีติดต่อเข้ามาอีก

2 เมษายน
เวลาผ่านไปหลายวัน ผมรอไม่ไหว ทักกลับไปที่ Facebook Messenger ของ SOMPO มีเจ้าหน้าที่รับเรื่องเร็วดี

3 เมษายน

ตอนเช้า เจ้าหน้าที่จึงได้ติดต่อมา พร้อมเหตุผลว่า เคสเคลมเยอะ เจ้าหน้าที่ทำไม่ทัน ซึ่งผมหงุดหงิดมากกับคำตอบนี้

สายๆ ได้รับอีเมล์แจ้งว่า มีค่าเคลมจำนวน 500 บาท (ตอนโทรหา SOMPO คืนวันเกิดเหตุนั้นผมยังคุยขำๆ กับเจ้าหน้าที่อยู่เลยว่าไม่ใช่แค่หูหักแล้วให้แค่หูนะ)


ผมโทรกลับไปหา SOMPO คุยกับเจ้าหน้าที่เคลมประกันที่ดูแลผม ร้องเรียนว่า ทางประกันให้ลูกค้าไปซ่อมเอง แล้วค่ารถ ค่าเสียเวลาอีกล่ะ เพราะความเสียหายในครั้งนี้ แน่นอนว่าถ้าเราทำพังเอง จากอายุการใช้งานของกระเป๋า ลากแล้วพังเอง เรายินดีจ่ายเอง ซ่อมเองนะ แล้วถ้าเราเอาไปซ่อมเอง ผมเคยซ่อมกระเป๋าแล้ว ส่งซ่อม 2 - 3 เดือน ทวงเกือบทุกสัปดาห์ กว่าจะได้คืน ซึ่งครั้งนี้ มันไม่ใช่ความผิดเรา สายการบินผิด ประกันก็ต้องดูแลให้เราสิ ไฟล์ทให้เราสิ เพราะสายการบินก็สอบถามว่า เราจะเคลมกับสายการบิน หรือประกัน เรามั่นใจว่า SOMPO ต้องดูแลเราดีกว่าสายการบิน (เราซื้อ Plan B+ ซึ่งเป็นแพลนสูง จ่ายเยอะ ไม่ใช่แพลนล่างๆ ที่มีวงเงินประกันไม่มาก) ในเมื่อ สายการบินทำกระเป๋าเราพัง ดังนั้น ผมจึงร้องเรียนกับประกันให้พิจารณาค่าสินไหมให้เราใหม่อีกครั้ง

ช่วงบ่ายของวันที่ 3 เมษายน เจ้าหน้าที่พิจารณาสินไหม แจ้งเราว่า จะได้รับเงินเคลมประกันคืน 1,000 บาท เจ้าหน้าที่แจ้งเราว่า ถ้าเรายินยอม จะโอนเงินให้วันที่ 11 เมษายนนี้ ซึ่งเราก็ยอมยุติการร้องเรียน และยินดีรับเงินประกันคืน 1,000 บาท โอนเงินเมื่อวันที่ 11 เมษายน

รวมระยะเวลาเคลม 23 มีนาคม - 11 เมษายน ใช้เวลาติดต่อกับ SOMPO ติดต่อกันทางอีเมล์ 9 วัน นับจากวันที่ส่งเอกสารเคลม (26 มีนาคม - 3 เมษายน) และใช้เวลา รับเงินเคลมประกัน 9 วัน นับจากตกลงยินยอมรับเงินเคลมประกัน (3 เมษายน - 11 เมษายน)

ถามว่า 1 พันบาท ซ่อมคุ้มไหม กับค่ารถ ค่าเดินทาง ค่าเสียเวลา เราคิดว่าไม่คุ้มแน่นอน กระเป๋าเราพัง ก็ยังดีที่ซื้อประกันไว้ แต่ก็ได้รู้ว่า อย่าไปยอม ถ้าเรายอมแต่แรก ประกันก็ให้มาแค่ 500 บาท ซึ่งเราก็ร้องเรียนตามสิทธิที่เรามี จนสุดท้ายได้ 1,000 บาท จริงๆ จะไม่ยอมก็ได้นะ แต่เราเหนื่อยละ กระเป๋าเราก็ไม่ได้ทำพังเอง ทำไมต้องเหนื่อยขนาดนี้

แต่เราไม่ติดใจหรอกว่าความผิดสายการบิน เพราะคิดว่า มีโอกาสเกิดขึ้น เราเองสิต้องซื้อประกัน ถ้าเจอประกันดีๆ ก็ทำให้เราอุ่นใจ พันเดียวทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วกับการซ่อมที่มีแตกแบบนี้ ค่ารถยังไม่คุ้มเลย 

ถามว่าถ้าให้เราแนะนำ จะซื้อประกันเจ้านี้อีกไหม เราชอบนะเพราะความคุ้มครองการรักษาพยาบาลที่ญี่ปุ่น เฉพาะโรงพยาบาลคู่สัญญา ไม่ต้องสำรองจ่ายก่อนเลย

ขอรับรองว่าข้อมูลในบล็อกนี้เป็นความจริงทุกประการ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น